ผู้หญิงยุค 2551
สามารถยืนอยู่แถวหน้าได้จริง ๆ หรือ?
รีไซเคิลความจำเป็นเพื่อโลก-เพื่อเรา
ความไม่รู้ของพวกเราทั้งหลายที่ร่วมกันทิ้งขยะออกมาจากบ้าน เพราะต่างคิดว่าต้องกำจัดของเหลือใช้ สิ่งสกปรกต่างๆ ให้พ้นบ้าน เพื่อให้บ้านสะอาด แต่ผลลัพธ์ที่ได้คือการสร้างผลกระทบทางสังคมและสิ่งแวดล้อม กลายเป็นวิกฤตการณ์ในสังคมไทย และสังคมโลก เช่น มลภาวะทางอากาศ ภาวะโลกร้อน ฯลฯ การรีไซเคิลวัคถุเหลือใช้ ถือเป็นวิธีการหนึ่งที่พวกเราทุกคนสามารถมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาสังคมได้ นิตยสาร at office ฉบับนี้ จึงขอนำเสนอเรื่องราวความรู้ในด้านต่างๆ เกี่ยวกับการรีไซเคิลมาฝากกันค่ะ
Believe or not? / เชื่อหรือไม่?
รีไซเคิลแหล่งทรัพยาการอนาคตนำเม็ดเงินเข้าประเทศ
คาดกันว่าภายในปี 2020 พลเมืองโลกอาจมีมากถึง 9,000 ล้านคน ซึ่งจะบังคับให้โลกก้าวสู่ยุคหิวทรัพยากรและพลังงานอย่างเต็มรูปแบบ หลายประเทศทั่วโลกจึงเริ่มโครงการนำร่องขุดขยะที่เคยเอาไปถมที่ดินเมื่อหลายสิบปีก่อนขึ้นมารีไซเคิล อาทิ อังกฤษ เคยใช้ขยะพลาสติกมากกว่า 200 ล้านตัน ถ้าเอาขยะพลาสติกเหล่านั้นไปรีไซเคิลหรือสกัดเป็นเชื้อเพลิงเหลวนำกลับมาขาย คำนวณมูลค่าในปัจจุบันได้มากกว่า 60,000 ล้านปอนด์ อยากรู้เงินบาทเท่าไหร่ คูณด้วย 64
อเมริกาก็เริ่มขุดขยะถมที่ดินในช่วงทศวรรษที่ 1980 มาเผาผลิตไฟฟ้า ส่วนพื้นที่ถมขยะของอิสราเอลตั้งแต่ช่วงต้นทศวรรษ 1950 ปัจจุบันกลายเป็นผิวดินคุณภาพสูงใช้ปลูกพืชสวนผลไม้ ในสวีเดนพื้นที่ถมขยะตั้งแต่ปีค.ศ. 1960 มักเป็นขยะจากงานก่อสร้าง อาทิ เศษอะลูมิเนียม ทองแดงเหล็ก ฯลฯ สามารถรีไซเคิลสร้างประโยชน์หรือขายให้ประเทศจีนได้มากมาย*
ยุคต่างๆ ของการรีไซเคิลในประเทศไทย
การรีไซเคิลในประเทศไทยแบ่งเป็น 3 ยุค
ยุคที่ 1.ยุคค้าขายทางเรือ ชาวจีนตระกูลลิ้มนำระบบการรีไซเคิลเข้ามาในประเทศไทยโดยเปิดกิจการบริเวณท่าเรือตลาดน้อย
ยุคที่ 2.ยุคค้าขายทางบก ขยายตัวจากยุคแรกใน 30 ปีให้หลัง มายังตอนกลางของประเทศไทย ได้แก่ จังหวัด สระบุรี ลพบุรี นครสวรรค์
ยุคที่ 3.ยุคโลการภิวัฒน์ โลกมีการติดต่อเชื่อมโยงถึงกันอย่างสะดวก ง่ายดาย เกิดเทคโนโลยีการนำเข้าและส่งออกสินค้ารีไซเคิล**
รีไซเคิลช่วยลดจำนวนขยะได้แค่ไหน?
ข้อมูลปริมาณทิ้งขยะพลาสติกของชาวโลกเมื่อปี 2548 อยู่ที่ราว 1,600 ล้านตัน หรือเฉลี่ย 1 คน ทิ้งขยะพลาสติกวันละ 1 กก. ด้วยอัตราเติบโตนี้คาดว่าภายในปี 2573 ขยะพลาสติกทิ้งจะเพิ่มขึ้นถึง 3,000 ล้านตัน แต่ถ้าโครงการรีไซเคิลขยะพลาสติกได้ผลตามเป้าหมายจะลดปริมาณขยะพลาสติกลงได้มากถึง 60 เปอร์เซ็นต์ *
Believe or not? / เชื่อหรือไม่?
รีไซเคิลครั้งแรกของโลกเริ่มที่พระพุทธศาสนา
พุทธศาสนาอาจเป็นต้นกำเนิดของการรีไซเคิลครั้งแรกของโลก ตามคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ครั้งที่พระองค์เสด็จยังป่าชัตวันเชตวัน ประเทศอินเดีย ทรงนำผ้าห่อศพหรือผ้าบังสกุลมาต้มในน้ำเดือดให้สะอาด แล้วนำมาย้อมสีฝาดจากเปลือกไม้ แก่นไม้ ทำเป็นผ้าสบงจีวร หลังจากใช้แล้วก็ไม่ได้ทิ้ง แต่นำมาทำเป็นผ้าอาสนะหรือผ้ารองนั่งในการปฏิบัติธรรม ใช้จนขาดเปื่อยก็นำมาทำเป็นผ้าทำความสะอาดกุฎิ แม้จะมีสภาพเปื่อยยุ้ยเหมือนดิน พระองค์ก็นำไปขยำกับดินเหนียวให้เข้าเนื้อเพื่อนำไปอุดรอยรั่ว ซ่อมแซมกุฎิของพระองค์**
การรีไซเคิล สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้เราได้?
การรีไซเคิลสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้เรา สังคมไทยและสังคมโลกได้ดังนี้
1.ขยะในบ้านเมืองและสังคมจะลดลง บ้านเมืองสะอาดขึ้น
2.รัฐประหยัดงบประมาณในการเก็บขยะ ขนขยะ
3.เกิดการสร้างงานในกลุ่มผู้ว่างงาน ผู้ด้อยโอกาสในสังคม
4.เกิดธุรกิจระบบ SME มีเงินทุนประมาณ 20,000-500,000 บาท ก็สามารถเป็นเถ้าแก่ได้
5.ลดภาวะโลกร้อน ภาวะเรือนกระจก มลภาวะ การเผาขยะ**
สร้างตลาดรีไซเคิลไทยให้มีเสน่ห์จนเป็นศูนย์กลางตลาดโลก
ขยะทุกชนิดเข้าสู่ระบบการขึ้นรูปใหม่ได้ทั้งสิ้น แต่ต้องเป็นขยะที่มีลักษณะดังนี้
-สะอาด คือยังไม่เกิดการปนเปื้อนกับขยะอื่นจึงจะมีประสิทธิผลสูงสุด แต่ทั้งนี้จะทำอย่างไรให้ประชาชนสนใจคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง ไม่เช่นนั้นก็จะได้ขยะปลายทางที่สกปรกเน่าเหม็น แต่หากว่าเราได้ขยะที่ต้นทาง เราก็จะได้วัตถุดิบที่สะอาดเข้ามาในโรงงาน
-บริสุทธิ์ ต้องทำขยะให้เป็นสินค้ามาตรฐานทั้งในประเทศและต่างประเทศ
-มีเสน่ห์ เมื่อขยะสะอาด และมีมาตรฐาน (บริสุทธิ์) จะทำให้ขยะของไทยมีชื่อเสียง เมื่อต่างประเทศทราบ จะมีความต้องการสั่งซื้อวัตถุดิบซีไซเคิล และมุ่งมาซื้อขายส่งออกกับประเทศไทย**
เหตุใดประชาชนไทยไม่ให้ความสำคัญกับการคัดแยกขยะ?
ที่ผ่านมาประชาชนไม่ได้รับความเป็นธรรมในการซื้อขยะ เช่น หากนำหนังสือพิมพ์เก่ามาขายจะได้ราคา กก.ละไม่กี่บาท บางทีถูกโกงเครื่องชั่ง จึงไม่สนใจให้ความสำคัญนำขยะในบ้านออกมาขายแบบที่ยังสะอาด แต่นำไปทิ้งปนกันในถังโสโครก ถ้าทุกคนทราบว่ามันมีราคาสูง และรู้จักแหล่งซื้อขายที่เป็นธรรม ประชาชนก็จะเห็นความสำคัญ ไม่นำไปทิ้งปนกัน แต่จะนำออกมาขายด้วยตัวเอง ซึ่งสิ่งที่สามารถรีไซเคิลได้มีกว่า 1,400 ชนิด แบ่งเป็น 8 ประเภท ใหญ่ๆ ได้แก่ เศษพลาสติก เศษกระดาษ เศษโลหะ เศษขวดแก้ว เศษอาหาร เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิค และขยะอันตราย ซึ่งนำมาขายได้ทั้งสิ้น
ชีวิตประจำวันกับการรีไซเคิล
ในชีวิตประจำวันเราสามารถรีไซเคิลอะไรได้บ้าง?
การรีไซเคิลเริ่มได้จากสิ่งใกล้ตัวเรา ตั้งแต่ซื้อของเข้ามาในบ้าน ให้นึกเสมอว่าเรากำลังนำขยะเข้าบ้าน สิ่งเหล่านี้เรารีไซเคิลได้ไหม? กระดาษหนังสือพิมพ์ นิตยสาร วารสาร ของเด็กเล่นของลูก โทรทัศน์ ตู้เย็น หลดฟลูออเรสเซนต์ ทั้งแบตเตอรรี่รถยนต์ แบทเตอรี่มือถือ แบตเตอรี่เหรียญในนาฬิกา ฯลฯ ทั้งหมดสามารถเข้าสู่ระบบการขึ้นรูปใหม่ได้ทั้งสิ้น แต่ต้องเป็นขยะที่สะอาดคือ ยังไม่เกิดการปนเปื้อนกับขยะอื่นจึงจะมีประสิทธิผลสูงสุด**
ส่วนต่างๆ จากของเก่ากลับมาสร้างมูลค่าได้อย่างไร?
ตัวอย่างการรีไซเคิลขยะอันตรายที่นำกลับมาใช้ใหม่ อาทิ
-แบตเตอรรี่รถยนต์ แต่นำเอามาทำเป็นสิ่งต่างๆ ได้ดังนี้
เปลือกนอกของแบตเตอรี่ทำจากพลาสติกชนิดเหนียวพิเศษ เรียกว่าโพลีโพรพิลีน (PP) ใช้ทำบรรจุภัณฑ์พลาสติกและเครื่องใช้ไฟฟ้า เมื่อนำมารีไซเคิลแล้ว สามารถนำไปขึ้นรูปเป็นโต๊ะ เก้าอี้ ใหม่
ภายในของแบตเตอรี่ที่เป็นช่องๆ ทำจากตะกั่วชั้นดี เมืองไทยมีโรงงานรีไซเคิลตะกั่วแบตเตอรี่ ผลิตออกมาเป็นแบตเตอรี่ลูกใหม่ หลายโรงงานที่มีระบบการจักการรักษาสิ่งแวดล้อมที่ดีมาก
-หลอดฟลูออเรสเซนต์ แต่นำเอามาทำเป็นสิ่งต่างๆ ได้ดังนี้
ขั้วของหลอดฟลูออเรสเซนต์แต่ละข้างเป็นอลูมิเนียม นำมารีไซเคิลเป็นขอบประตู หน้าตา ฉาก ฯลฯ
หลอดแก้ว ถูกแยกไปเอาไปเป่าขึ้นรูปใหม่
-ขยะแห้ง เช่น กล่องข้าว โฟม ถุงพลาสติก เศษกระเป๋าหนัง เศษเสื้อผ้า ฯลฯ สามารถเป็นเชื้อเพลิงทดแทน ลดการนำเข้าถ่านหินลิกไนต์
ถ่านหินลิกไนต์ใช้ในอุตสาหกรรมเผาปูนซีเมนต์ เช่น โรงงานปูนซีเมนต์นครหลวง แต่ทำให้เกิดฝนกรด ซึ่งทำให้เราเจ็บป่วย ปัจจุบันมุ่งนำขยะมาเป็นเชื้อเพลิงได้ 100% ทั้งราคาถูกและสะอาดกว่าลิกไนต์ โดยลิกไนต์มีค่าซัลเฟอร์ไดออกไซค์ 0.22% แต่หากนำขยะแห้งที่ผ่านการคัดแยกจากสารปนเปื้อนเป็นเชื้องเพลิง จะมีค่าซัลเฟอร์ไดออกไซค์เพียง 0.12% ซึ่งปัจจุบันมีเทคโนโลยีควบคุมกลิ่นดังที่บางประเทศ เช่น สวิสแลนด์ ได้ทำแล้ว
ทั้งนี้เพราะขยะไม่มีจริงในโลก ทุกอย่างสามารถสร้างประโยชน์ได้ทั้งสิ้น แต่จะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับชนิดและองค์ประกอบของโมเลกูลในขยะ
Believe or not? / เชื่อหรือไม่?
กระดาษไม่ได้มาง่ายอย่างที่คิด
กว่าจะเป็นแผ่นกระดาษ เราต้องปลูกต้นไม้ให้เติบโตนาน 30 ปี แล้วให้พลังงานมาชักลากต้นไม้ออกจากป่าที่เป็นต้นน้ำลำธารของเราเข้าสู่โรงงานอุตสาหกรรม มีการบดต้นไม้ให้เปื่อยยุ่ย ใช้สารเคมีเข้ามาฟอก จนกลายเป็นแผ่นกระดาษ 1 ตัน ถ้าเราไม่รีไซเคิลแล้ว ต้นไม้กี่ต้นถึงจะพอมาเป็นกระดาษให้เราใช้
กระดาษถ่ายเอกสารที่ประชาชนนำมาทิ้งเดือนละหลายหมื่นตัน สามารถย้อนกลับมาเป็นกระดาษทิชชู ถ่ายเอกสารใหม่ สมุดนักเรียน กล่อง ฯลฯ ได้ด้วยวิธีดังนี้
การรีไซเคิลกระดาษแยกชนิด จะผ่านการต้ม จนกระดาษกลับไปเป็นเยื่อกระดาษ แล้วนำไปฟอกจางสีหมึกพิมพ์ที่อยู่บนกระดาษ ผ่านกระบวนการรีดและอบ เพื่อให้กลับเป็นกระดาษอีกครั้ง
ต้นไม้ใหม่นำไปทำกระดาษต้องใช้พลังงานกว่า 1,000 องศา แต่ถ้านำไปรีไซเคิล จะใช้พลังงานแค่ 100 กว่าองศา ทั้งยังช่วยในการประหยัดน้ำมากกว่าอีกด้วย
หน่วยงาน องค์การ และชมรมเพื่อสิ่งแวดล้อม
ตัวอย่างหน่วยงาน องค์การ และชมรมเพื่อสิ่งแวดล้อม อาทิ
กรีนเวฟ FM 106.5 คลื่นสีเขียวเพื่อสิ่งแวดล้อม 02 669 9512
ชมรมคาร์ฟรีเดย์ 02 357 1921 ต่อ 140
กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง 0-2298-2009
มูลนิธิกองทุนเพื่อสิ่งแวดล้อมไทย 02-379-1075
กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (สำนักงานประเทศไทย) 02 357 1921
มูลนิธิอุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธร 032-508-352
มูลนิธิโลกสีเขียว 0-2622-2250-2
สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (สสท) 0-2503-3333
กลุ่มงานอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมธรรมชาติ 02-2656579-80
ชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อม โทรศัพท์ 02-243-8739
Green studio มูลนิธิโลกสีเขียว 0-2622-2250-2 |