จัดฮวงจุ้ย "ร้าน" ให้ได้ "ล้าน" ตอนที่ 1
วิชาฮวงจุ้ยเป็นศาสตร์ที่มีมานับพันปี ได้รับการทดสอบถึงหลักการที่มีความถูกต้องแม่นยำจึงถ่ายทอดสืบต่อกันมาถึงปัจจุบัน และถ้ารู้จักวิธีการนำเอาศาสตร์นี้ไปใช้ก็จะทำให้ได้เปรียบคนอื่น เจริญรุ่งเรืองรวยไม่รู้เรื่องทีเดียว
โดยเงื่อนไขสำคัญที่สุดของการเป็นฮวงจุ้ยที่ดี ก็คือ จะต้องมีแหล่งจ่ายกระแสพลังเข้ามายังร้านค้านั้นๆ เพื่อกระตุ้นพลังให้สถานที่ให้มีพลังชีวิตขึ้นมา ถ้าปราศจากแหล่งจ่ายกระแส และทำเลไม่อาจจะกักเก็บกระแสเข้ามาสะสมภายในบริเวณพื้นที่ของเราได้ ต่อให้มีองศาทิศทางที่ดีแค่ไหนก็ไม่มีประโยชน์ หัวข้อนี้จึงจัดเป็น หัวใจสำคัญที่สุด ของวิชาฮวงจุ้ย ซึ่งซินแสชั้นบรมครูท่านหนึ่งเคยพูดเอาไว้ว่า “เจอชัยภูมิไม่ดี ไม่ต้องเปิดหล่อแก” คือไม่ต้องไปเสียเวลาวัดองศาทิศทางเพื่อคำนวณพลัง แต่วิธีการอ่านชัยภูมิว่าเก็บกักกระแสได้หรือไม่ เป็นเทคนิคชั้นสูงและเป็นเคล็ดวิชาที่ไม่มีการถ่ายทอดออกมาสู่ภายนอก
ลองดูตัวอย่างร้าน 7 อีเลฟเว่น ซึ่งเป็นร้านค้าปลีกแนวใหม่ ก็ยังมีการหาทำเลร้านด้วยหลักฮวงจุ้ย จะต้องเลือกทำเลที่มี "พลังชี่มากๆ" นั่นคือ ทำเลที่มีผู้คนสัญจรไปมาเยาะๆ เพราะตัวของมนุษย์แต่ละคนจะมีพลังงาน ถ้าที่ไหนมีคนมากๆก็คือมีพลังสะสมตัวอยู่มาก ลองสังเกตได้ว่า...ทุกชุมชนที่มีผู้คนจำนวนมาก ที่นั่นจึงต้องมี 7 อีเลฟเว่น ไปดักกระแสเงินเอาไว้
ร้านค้าของเราจึงควรอยู่ในตำแหน่งที่กลุ่มเป้าหมายของร้านไปมาสะดวก สังเกตง่าย อากาศ
ถ่ายเท โดยควรหาร้านที่หันหน้าไปทางทิศตะวันออก, ตะวันออกเฉียงใต้ หรือทิศใต้ หลีกเลี่ยงทิศเหนือและทิศตะวันตก เพราะจะได้รับลม และอากาศไหลเวียนดี จึงไม่ร้อน แถมลมจะช่วยนำพลังเข้ามาได้มาก ทำให้การค้าดี และไม่ต้องใช้พลังงานไฟฟ้าจากเครื่องปรับอากาศมาก
หลักการเลือกพื้นที่หรือทำเล
จุดสำคัญก็คือควรเลือกทำเลเปิด คือ มองเห็นได้แต่ไกล ซึ่งจะมีรูปแบบดังต่อไปนี้
1. อยู่ตรงกลางของถนนหรือทางเดินที่โค้งโอบ ซึ่งจะเหมือนยื่นหน้าเด่นออกมา
2. อยู่ตรงจุดที่ถนน หรือทางเดินหลายๆสายมาบรรจบกัน
3. อยู่ตรงจุดที่มีการดักกระแสพลังเข้าร้าน
แหล่งการค้าในรูปแบบของอาคารพาณิชย์ที่ออกแบบเว้าเข้าไปตรงกลางเพื่อเป็นที่จอดรถ แต่มีอาคารบางส่วนที่ยื่นออกมาขวางกระแส จึงทำให้อาคารที่อยู่หลบทางด้านใน 2 ห้องแรกไม่ได้รับกระแสพลังเข้ามาหล่อเลี้ยง ซึ่งถ้าเจอแบบนี้ไม่ว่าองศาทิศทางจะดีแค่ไหนก็ไร้ประโยชน์ ส่วนห้องถัดๆมา มีระยะห่างเพียงพอให้กระแสไหนเข้า จึงเจริญรุ่งเรืองได้ นี่คือเคล็ดลับที่จะเป็นคำตอบว่า แม้หันทิศเดียวกันและอยู่บริเวณติดๆกัน ก็ไม่ใช่จะมีฮวงจุ้ยที่ดีเหมือนกัน ไม่ใช่แบบที่ซินแสฮวงจุ้ยหลายๆคนไปอ้างว่าที่ไม่ดีเพราะดวงเจ้าของกำลังตกต่ำ แม้ว่าองศาทิศทางจะเป็นมงคล จึงยังไม่ได้รับความเจริญรุ่งเรือง
ห้างมาบุญครองก็นับเป็นอีกหนึ่งสุดยอดของฮวงจุ้ย เพราะมีสะพานลอยและรางของรถไฟฟ้าถึง 2 ชั้นอยู่ทางซ้ายมือของอาคาร มาช่วยตัดกระแสพลังที่มากับรถ ให้หวนกลับเข้ามาสะสมตัวอยู่ภายในอาคาร
ตัวอย่างภาพข้างบนนี้ คือร้านกุชชี่ในห้างแฮรอตที่อังกฤษ ที่ออกแบบดักกระแสเข้าร้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ ถ้าวันไหนลดราคาจะมีคนไทยไปยืนต่อคิวกันยาวเป็นร้อยเมตร ลักษณะนี้เป็นเทคนิควิชาฮวงจุ้ยชัยภูมิขั้นสูงที่ถือว่าจัดฮวงจุ้ยได้อย่างแนบเนียนมาก ซึ่งการจัดฮวงจุ้ยที่ดีจะต้องไม่ให้คนอื่นรู้ว่าเราจัดฮวงจุ้ยจึงจะดีที่สุด ไม่ต้องไปติดเสือคาบดาบ กระจกโป๊ยข่วย ตั้งสิงโตหิน หรือช้างแบบที่ร้านเรานิยมทำกัน
ลองมาดูรูปแบบของการมีฮวงจุ้ยที่เก็บกักกระแสกันดู จากตัวอย่างของห้างฟอร์จูนทาวน์ บนถนนรัชดาฯ ซึ่งเดิมที่เคยประสบความล้มเหลวทางธุรกิจ เพราะถูกสะพานลอยข้ามสี่แยกมาตัดกระแสพลังที่มาจากถนน ทำให้พลังไม่สามารถมาหล่อเลี้ยงอาคารได้มากเท่าที่ควร พอรถผ่านสะพานมาก็เร่งความเร็วดึงลมและกระแสพลังออกจากบริเวณหน้าอาคาร แต่ต่อมาเมื่อห้างโลตัสมาเปิดในอาคารนี้ ก็ได้ออกแบบป้ายขนาดใหญ่ยื่นออกมาตัดกระแสลม จึงทำให้พลังหวนกลับมาสะสมตัวที่อาคารได้อีกครั้งหนึ่ง ธุรกิจจึงได้กลับเจริญรุ่งเรืองขึ้นมาได้
4. อยู่ตรงจุดโค้งพุ่งใส่ที่มีองศาดี
โดยทั่วๆไปนั้น ตำราฮวงจุ้ยทุกๆเล่มจะบอกว่า หากเจอถนนพุ่งใส่ ประเภททาง 3 แพร่ง เจอช่องลมหรือโค้งเชือดเฉือนจัดเป็นฮวงจุ้ยที่ไม่ดี แต่อันที่จริงแล้ว ถ้าหากอยู่ในองศาทิศทางที่ดีกลับจะนำความเจริญรุ่งเรืองเข้ามาให้มากเป็นพิเศษ เพราะถ้าพบกับองศาร้ายก็จะแย่มากๆ จึงเป็นเหตุผลให้ซินแสแนะนำคนที่ไม่มีความรู้ว่าให้เลี่ยงทำเลประเภทนี้ แต่หากได้ทิศทางที่ดีกลับจะช่วยให้รุ่งเรืองแบบพลิกชีวิต
ใครที่สนใจอยากที่จะเรียนรู้วิชาโหงวเฮ้งซึ่งเป็นภูมิปัญญาของบรรพบุรุษ ที่ได้สั่งสมเพาะบ่มและเจียรนัยกลั่นกรองออกมาเป็นองค์ความรู้ให้คนรุ่นหลังได้ศึกษานำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อชีวิตของตนเอง ก็ลองเข้าไปหาข้อมูลได้ที่เวบไซด์ของสถาบันวิชาการฮวงจุ้ย (ประเทศไทย)
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ทำเลฮวงจุ้ยที่ควรเลื่ยง
1. อาคารที่สร้างบนเนินสูง
ก็คือลักษณะที่ไม่สามารถสะสมกระแสได้ รูปแบบหนึ่งที่คนส่วนใหญ่มักจะเข้าใจผิด ก็คือ ร้านหรืออาคารที่สร้างบนเนิน บริเวณรอบด้านเทลาดลงต่ำออกไปหมดทุดทิศทาง ตำราฮวงจุ้ยทุกเล่มต่างก็บอกว่าเป็นลักษณะที่ดี แต่ อ.มาศ จะสอนแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง โดยได้พิสูจน์มาแล้วหลายปีพบว่า ถ้าเป็นร้านที่อยู่อาศัย คนที่อยู่จะเก็บเงินไม่อยู่และจนลงเรื่อยๆ ส่วนถ้าเป็นธุรกิจร้านค้าก็จะไม่ค่อยมีคนมาใช้บริการ ถ้าสูงมากอาจจะถึงขั้นเจ๊งได้
2. ทำเลสายน้ำตัดขา
ถ้าร้านไหนมีถนนที่ผ่านด้านหน้าเป็นเส้นตรง ก็จะมีสภาพกลางๆ ไม่ส่งผลดีร้ายชัดเจน แถมถ้าเป็นถนนที่กระแสวิ่งไหลผ่านอย่างรวดเร็ว ร้านจะไม่สามารถดูดซับปราณชี่ได้ทัน เช่น ถนนวิภาวดีรังสิต หรือบางนา-ตราด เป็นต้น ซึ่งในทางฮวงจุ้ยเราเรียกว่าสายน้ำตัดขา ทำให้ผู้ที่อยู่อาศัยมีโอกาสผ่านเข้ามาในชีวิตมากมาย แต่ไม่สามารถไขว่คว้าเอามาได้ทัน จึงจะมีเฉพาะอาคารที่มีระยะถอยร่นเป็นลานโล่งด้านหน้าไว้สะสมพลัง หรืออาคารที่รู้จักวิธีการออกแบบดักรับกระแสเท่านั้นจึงจะมีโอกาสรุ่งเรือง โดยวิธีการแก้ฮวงจุ้ยแบบนี้ก็จัดเป็นเคล็ดวิชาประเภทหนึ่งเช่นกัน เพราะเท่ากับสามารถเปลี่ยนวิกฤติเป็นโอกาสแบบพลิกหน้ามือเป็นหลังมือได้
ถ้าน้ำไหลเอื่อยๆหรือรถวิ่งไม่เร็วนักก็จะส่งผลในทางที่ดีขึ้น แต่ในทางตรงกันข้ามหากเป็นน้ำที่ไม่ไหลหรือมีสภาพที่เน่าเสีย เรียกว่าน้ำตาย ย่อมไม่ส่งผลดีต่อร้านหรืออาคารในบริเวณนั้น ถ้าเป็นถนนก็จะดูที่การจราจรประเภทที่ติดขัดอย่างหนักตลอดเวลา ก็จะจัดเป็นลักษณะของน้ำตายเช่นเดียวกัน
ในตอนถัดไปจะแนะนำวิธีการออกแบบหน้าร้าน เพื่อรับพลังงานที่ดีเข้ามา แต่ถ้าสนใจจะศึกษาเคล็ดวิชาการอ่านชัยภูมิเมืองในแบบที่ไม่มีสอนที่ไหน เพราะเป็นสิ่งที่อาจารย์มาศสั่งสมมาจากประสบการณ์ล้วนๆ ก็ลอง หาไปหาหนังสือที่ชื่อว่า ฮวงจุ้ยชั้นสูงเชิงวิทยาศาสตร์ เล่ม1 ที่เพิ่งวางตลาด |